วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

บททบทวนธรรม เพื่อสร้างจิตวิญญาณให้ผาสุกที่สุดในโลก

โดย อาจารย์ ดร. ใจเพชร กล้าจน (หมอเขียว)

๑. เรื่องการเข้าใจผิดของเรากับผู้อื่น  เราต้องระลึกรู้ว่า 
    มันคือวิบากกรรมเขา วิบากกรรมเรา
    แก้ไขได้ด้วยการทำดี ไม่มีถือสาไปเรื่อย ๆ 
    แล้ววันใดวันหนึ่งข้างหน้า ในชาตินี้หรือชาติหน้า 
    หรือชาติอื่น ๆ สืบไป ความเข้าใจผิดนั้นก็จะหมดไปเอง

๒. เราต้องรู้ว่า แต่ละคนมีฐานจิตแตกต่างกัน
     เราจึงควรประมาณการกระทำ
     ให้เหมาะสมกับฐานจิตของเรา และฐานจิตของผู้อื่น
     "คิดดี ทำดีไว้ก่อน" ดีที่สุด

๓. การกระทำเดียวกัน มีเหตุผลในการกระทำกว่าล้านเหตุผล
     ต้องระวัง "อคติ หรือความเข้าใจผิด จากการคาดเดาที่ผิดของเรา"

๔. สิ่งที่เราได้รับ คือสิ่งที่เราทำมา 
     ไม่มีสิ่งได้ที่เราได้รับ โดยที่เราไม่เคยทำมา

๕. ถ้าเรายังไม่เข้าใจคนอื่น แสดงว่าเรายังไม่เข้าใจตนเอง

๖. เมื่อเกิดสิ่งเลยร้ายกับเรา ไม่มีอะไรบังเอิญ
     ทุกอย่างยุติธรรมเสมอ เพราะเราเคยทำเช่นนั้น มามากกว่านั้น
     เมื่อได้รับแล้วก็หมดไป เราก็จะโชคดีขึ้น

๗. เรามีหน้าที่ทำแต่ละสิ่งแต่ละอย่างให้อยู่ในสภาพที่ดีที่สุด
     เท่าที่จะพึงทำได้ ให้โลกและเราได้อาศัย
     ก่อนที่ทุกสิ่งทุกย่างจะดับไปเท่านั้น

๘. เราทำดี ด้วยการช่วยไม่ให้คนอื่นทำผิดได้ "ก็ช่วย" แล้ววาง
      ให้เป็นไปตามวิบากดีของเขา
     "ช่วยไม่ได้" ก็วาง ให้เป็นไปตามวิบากร้ายของเขา
     เมื่อเขาเห็นทุกข์จนเกินทน จึงจะเห็นธรรม 
     แล้วจะปฏิบัติธรรม สู่ความพ้นทุกข์

๙. เมื่อเกิดสิ่งเลวร้ายกับเรา โลกนี้ไม่มีใครผิดต่อเรา
     เราเท่านั้นที่ผิดต่อเรา 
     คนอื่นที่ทำไม่ดีนั้น เขาผิดต่อตัวเขาเองเท่านั้น
     และเขาก็ต้องได้รับวิบากร้ายนั้นเอง
     เขาจึงไม่ได้ผิดต่อเรา แต่นั้นผิดต่อตัวเอง
     ถ้าเรายังเห็นว่า คนที่ทำไม่ดีกับเรา เป็นคนผิดต่อเรา
     แสดงว่าเรานั่นแหละผิด 
     อย่าโทษใครในโลกใบนี้
     ผู้ใดที่โทษผู้อื่นว่าผิดต่อตัวเรา
     จะไม่มีทางบรรลุธรรม
     นี่คือ คนที่ไม่ยอมรับความจริง
     เพราะไม่เข้าใจเรื่องกรรม อย่างแจ่มแจ้งว่า 
     "ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทุกคนได้รับ 
      ล้วนเกิดจากการกระทำของตนเองเท่านั้น
      เมื่อรับผลดีร้ายจากการกระทำแล้ว ผลนั้นก็จบดับไป
      และสุดท้ายเมื่อปรินิพพาน 
      ทุกคนก็ต้องสูญจากทั้งดีและร้ายไป
      ไม่มีอะไรเป็นสมบัติของใคร
      เพราะสุดท้ายทุกสิ่งทุกอย่าง ก็ต้องดับไป
      จึงไม่ต้องยืด ไม่ต้องทุกข์กับอะไร"

๑๐. การได้พบกับเหตุการณ์ที่ไม่ถูกใจเรา ไม่ได้ดั่งใจเรา
      เป็นสุดยอดแห่งเครื่องมืออันล้ำค่า ที่ทำให้ได้ฝึกล้างกิเลส
      คือ ความหลง ชิงชัง รังเกียจ หลงยึดมั่นถือมั่นในใจเรา
      และทำให้ล้างวิบากร้ายของเรา

๑๑. หลักการทำดีอย่างมีสุข ๖ ข้อ
      ๑. รู้ว่าอะไรดีที่สุด
      ๒. ปรารถนาให้เกิดสิ่งที่ดีที่สุด
      ๓. ลงมือทำให้ดีที่สุด
      ๔. ยินดีเมื่อได้ทำให้ดีที่สุดแล้ว
      ๕. ไม่ติดไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งที่ดีที่สุด
      ๖. นั่นแหละคือ สิ่งที่ดีที่สุด

๑๒. ทำดีให้มาก ๆ เพื่อจะได้ให้ดีชิงออกฤทธิ์แทนร้าย
       ที่เราเคยพลาดทำมา ในชาตินี้หรือชาติก่อน ๆ
       จะได้มีดีไว้ใช้ในปัจจุบัน และอนาคต
       ในชาตินี้และชาติอื่น ๆ สืบไป

๑๓. ยึดอาศัย "ดีที่สามารถทำให้เกิดขึ้นได้จริง" นั้น "ดี"
       แต่ยึดมั่นถือมั่นว่า "ต้องเกิดดีดังใจหมาย
       ทั้ง ๆ ที่องค์ประกอบเหตุปัจจัย ณ เวลานั้น 
       ไม่สามารถทำให้ดีนั้นเกิดขึ้นได้จริง "
        นั้น " ไม่ดี"

๑๔. จงทำดีเต็มที่  เหนื่อยเต็มที่ สุขเต็มที่ ไม่มีอะไรคาใจ
        ไม่เอาอะไร คือ สุดยอดแห่ง 
        "ความอิ่มเอิบเบิกบานแจ่มใส"


สาธุ  สาธุ   สาธุ



   ติดตามรับชมได้ที่ลิงค์
 https://www.youtube.com/watch?v=gzLS8vC2144

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น