วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ธรรมะบรรยาย

บันทึก ถือศีล ดีกว่าถือสา
อ.ใจเพชร กล้าจน(หมอเขียว)
วันที่ 30 มิถุนายน 2558
ให้คนดีกี่กลุ่ม สองกลุ่ม สามกลุ่มก็ตาม
ถ้าเข้าใจผิดกัน ถ้าต่างฝ่ายต่างทำความดี
ไม่มีถือสากัน ทำดีไม่มีถือสา จะตัดสินอะไรก็ตัดสินไปตามนั้น
ได้ข้อมูลอะไรมา จะเข้าใจผิดกัน ไม่ว่า ทำดีไม่มีถือสาเรื่อยๆ ถึงวันนึงมันจะเคลียร์ไปของมันเอง ให้เรียนรู้อจินไตยนี้ จะมีค่ามากเลย ไม่ต้องไปใจร้อนนะ ให้ทำเรื่อยๆ บำเพ็ญไปเรื่อยๆ
เหตุปัจจัยจะร้อยกันได้
ทำไมคนที่ปฏิบัติศีลที่เป็นกุศลจึง ได้ความจริง ความจริงเป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าท่านได้ตรัสเอาไว้นะ
ใน“กิมัตถิยสูตร” ข้อ 1 พระพุทธเจ้าท่านตรัสเอาไว้ว่า
"ศีลอันเป็นกุศล ยังความเป็นอรหัตผล ก็คือสภาพพ้นทุกข์ เป็นลำดับ" ดังนี้
ในอานิสงค์ของศีล 9 ประการ พระไตรปิฏก เล่มที่ 24
ศีลที่เป็นกุศล คือศีลที่สามารรถทำลายกิเลสได้ เป็นศีลที่เป็นกุศลที่ถูกตรงเลย ย่อมถึงอรหัตผล “ อะแปลว่า ไม่ “ หัตตา แปลว่า ตัวตน ตัวตนของทุกข์ ตัวตนของกิเลส ไม่มีตัวตนของกิเลส คือผลของการไม่มีกิเลส
โดยลำดับดังนี้
ข้อที่ 1 อวิปปฏิสาร (ไม่เดือดเนื้อร้อนใจ)
จากกิเลสตัวนั้นแล้ว
ข้อที่ 2 ปามุชชะ (เบิกบานยินดี)
ข้อที่ 3 ปีติ (อิ่มใจ)
ข้อที่ 4 ปัสสัทธิ (สงบระงับกิเลส)
ข้อที่ 5 สุข (ความสุขอันเกิดจากกิเลสนั้นตายไป)
ข้อที่ 6 สมาธิ (จิตตั้งมั่น)ในความผาสุกนั้น
ข้อที่ 7 ยถาภูตญาณทัสสนะ
(รู้แจ้งเห็นจริงตามความเป็นจริง) ตัวนี้แหละ
เราจะรู้ชัดอยู่ 3 ประเด็นหลัก คือ
โลกียสุข สุขแป๊บเดียวแล้วทุกข์ นำทุกข์มาให้
ไม่มีวันสิ้นสุด สุขน้อยทุกข์มาก นี่คือโลกียสุข
ส่วนโลกุตระสุข เราทำลายกิเลสได้ คือสุขไม่มีทุกข์เจือเลย สุขมากทุกข์น้อย ไม่มีทุกข์เจือเลย กับเราจะเข้าใจความจริงตามความเป็นจริงในเรื่องของกรรม อย่างแจ่มแจ้ง เพราะเราทำดีหรือทำไม่ดี แป๊บเดียวเลย ส่งผลเลย จะส่งผลเร็ว
ข้อที่ 8 นิพพิทาวิราคะ (เบื่อหน่ายคลายกำหนัด)
คลายออกจากกิเลส
ข้อที่ 9 วิมุตติญาณทัสสนะ
(รู้แจ้งเห็นจริงในความหลุดพ้น)
เราก็จะหลุดพ้นจากทุกข์ได้
เหตุการณ์กระแทกอย่างไร กิเลสก็ไม่ออกอาการ
จะกระแทกกี่ทีกิเลสก็ไม่ออกอาการ
เราก็ยังอิ่มเอิบเบิกบานยินดี แจ่มใสได้
เราก็หลุดพ้นได้ นี่แหละตัวเนี้ย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น