วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

การวางร่างวางขันธ์

บรรยาย 23-24 กรกฏาคม 2558
บรรยายโดย อ.ใจเพชร กล้าจน

การเตรียมวางขันธ์ (ส่งวิญญาณ) มี 5 ขั้นตอน
1. เรียนรู้การดูแลตัวเองให้มีร่างกายที่แข็งแรง  จิตใจที่ดีงาม  จิตใจที่เป็นสุข  การจะทำสิ่งใด
ได้ดีต้องบำเพ็ญบารมีก่อน (เข้าค่ายสุขภาพ  และค่ายพระไตรปิฎก)  ฝึกจิตของเราให้เป็นผู้มีศีล สมาธิ ปัญญา จะได้มีปัญญา มีเมตตา มีอุเบกขา
2.  สังเกตอาการของการใกล้วางขันธ์
3.  ลดความทุกข์ทรมานทางกายให้มากที่สุด
4. ประคองสติสู่การวางขันธ์
5.  ประคองสติญาติ

การวางขันธ์โดยทั่วๆ ไป มีปัญหา 3 ประการคือ  ยุ่งยาก  สิ้นเปลือง  ส่งวิญญาณไม่สงบ

ไม่มีเวลาใดที่ไม่ควรเปิดเผยธรรมะ  ธรรมะควรเปิดเผยทุกเวลา

ภารกิจของการวางขันธ์  คือ  ช่วยกันลดความทุกข์ทรมานให้ได้มากที่สุด  ให้เกิดความผาสุกให้ได้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้

การที่ผู้ป่วยได้รับธรรมะบางประโยค  ได้ซึมซัมธรรมะเข้าไป  จะได้ติดไปในวิญญาณ
เขาบ้าง 

ประคองให้เขาคิดสิ่งที่ดีสิ่งที่เป็นสุข  ถ้าเขาคิดสิ่งที่ดีเขาจะมีพลังขึ้นมาทันที  มีความมั่นใจขึ้นมา (ปิติเพียงเล็กน้อยช่วยเสริมพลัง)
หรือการปล่อยวางบางเรื่องเป็นการสงวนพลังงาน
เอาไว้ (วางขันธ์ให้จิตใจเป็นสุขให้ได้ให้ตัดรอบให้ได้)

ไม่เบียดเบียน  คือ  หยุดชั่ว ทำดี  ทำจิตใจให้ผ่องใส


 2. สังเกตอาการของการใกล้วางขันธ์
ถ้าเห็นผู้ป่วยเริ่มมีแนวโน้มเริ่มส่ออาการ  เราต้องรีบใส่ข้อมูลไมงั้นไม่ทัน  ต้องรีบหารือคนไข้ว่าจะไปโรงพยาบาล  บ้าน  หรือที่ไหน  สังเกตได้จาก 6 อาการ
(1)  ลมหายใจ  หายใจเกิน 20 ครั้ง  หรือ หายใจน้อยกว่า 20 ครั้ง  เสี่ยง
(2) อุณหภูมิร่างกาย  ร้อนมากเย็นมาก
 (3) ชีพจร  เต้นแรงมากๆ แล้วเบาๆ  คือ แรง เบา  แรง  เสี่ยงที่จะเสียชีวิต
(4)  ความดัน  จะสูงแล้วตีกลับเป็นต่ำ
(5) ไม่ปัสสาวะไม่อุจจาระเลย  หรือ ปัสสาวะอุจจาระเลยราดเลย
(6)  ตาลอยๆ  เกร็งๆ  กระตุกๆ


 3. ลดความทุกข์ทรมานทางกายให้มากที่สุด

-คนไข้ส่วนใหญ่เวลาใกล้ตายจะไม่กินข้าวกินนำ้  อย่าไปยัดเยียด  มันจะเสียพลังไปย่อย  จะเอาไปประคองจิตวิญญาณเวลาวางร่างวางขันธ์  รวมถึงการใส่ยาต่างๆ เขเาไปในคนไข้  จะขับออกมาหมดไม่ว่าทางปัสสาวะอุจจาระ

-เวลาคนใกล้ตาย  ใช้ยา 9 เม็ดช่วยได้แต่
อย่ายัดเยียด

- ใช้ยา 9 เม็ดช่วยในผู้ป่วยใกล้ตายมันจะยาก
เพราะมันจะตีกลับไปกลับมา  จะร้อนเย็นพันกัน  อย่าไปยึดมั่นถือมั่นว่าใช้สูตรร้อนสูตรเย็นตายตัว  มันจะแปรปรวณจนมองไม่ออก  เช่น คนไข้บอกหนาวแต่ตัวร้อนมาก

-แนวทางรักษา 5 แนวทาง
(1)  ร้อนดับเย็น
(2)  ร้อนดับร้อน  กินเย็นไม่หายกินพริกเข้าไปเหงื่อแตกหายเลย
(3)  เย็นดับร้อน
(4)  เย็นดับเย็น  กินอะไรๆ ก็ไม่หาย เลยไปกระโดดน้ำลงน้ำแข็ง  หายเลย
(5)  ร้อนเย็นพันกัน  ร้อนเย็นผสมกันดับร้อนเย็นพันกัน
-ทดสอบพลังมี 3 แบบ หลักการคือ  วัตถุทุกอย่างแตกตัวและส่งพลังงานออกมาตลอด
เวลา  จิตวิญญาณของเราเป็นพลังอัตโนมัติ  อะไรที่ถูกกัน  จะดูดไปเป็นพลังของเราทันที  จะมีพลังชีวิต ถ้าไม่ถูกกันจะเสียพลังดันออก
จะอ่อนแรง
(1) Oring test
(2)  กดแขน ด้านล่างของศอก
(3)  ดึงแขน  จับเหนือศอก  คนดึงย่อตัวลง
(รายละเอียดดูจากยูทูป)


4. ประคองสติสู่การวางขันธ์
พูดอย่างไรให้ผู้วางขันธ์ได้ประโยชน์
-การวางขันธ์มีปัญหา 5 ประเด็น
(1)  เค้าจะต้องทรมาน
(2)  คนเฝ้าก็ต้องทรมาน
(3)  เจ้าหน้าที่ก็ทรมาน
(4)  ใช้อุปกรณ์ค่าใช้จ่ายเปลืองโดยที่ไม่มีประโยชน์
ไม่สามารถแก้ปัญหาได้
(5) ถ้าผู้ป่วยไม่เต็มใจวางขันธ์จะดิ้นอย่างแรง

  ดังนั้น  หน้าที่เราก็คือให้สติให้ธรรมะ
ต้องรู้ว่าคนส่วนใหญ่ติดยึดอะไร  เมื่อเรารู้เราก็คลายไปทีละปมๆ

ประเด็นที่พูดจะพูดครบหรือไม่ครบก็ได้  แล้วแต่สถานการณ์ ดูหัวข้อจากหนังสือวางร่างวางขันธ์

ให้สติให้ธรรมะ
1)  การทำใจให้ได้ประโยชน์สูงสุดต่อร่างกาย
และจิตใจซึ่งจะทำให้ฟื้นก็ฟื้นได้ดี  จะเสื่อมก็เสื่อม
ได้ดี
-เมื่อทีมหมอและญาติได้พยายามเต็มที่แล้ว
ดีที่สุดแล้ว  ให้ทำใจว่า

***ถ้าร่างกายนี้จะฟื้นก็ให้ฟื้นอย่างดี  จะเสื่อมก็ให้เสื่อมอย่างดี

***การตั้งอยู่ หรือการเสื่อมไปก็ไม่ใช่เรื่องแปลก  เป็นเรื่องปกติธรรมดาของทุกชีวิต

-ที่บอกไปเอาไปใช้เท่าที่ทำได้นะ 

-ยึดไปก็ทุกข์วางดีกว่า

***อย่าเร่งว่ามันต้องเสื่อมไป อย่าฝืนว่ามันต้อง
ตั้งอยู่  ปล่อยให้มันเป็นอย่างที่มันเป็น


***ถ้ามันตั้งอยู่ก็ให้มันตั้งอยู่  ถ้ามันเสื่อมไป
ก็ให้มันเสิ่อมไป  มันเป็นความจริงของชีวิต  ไม่ต้องห่วงอะไร  ไม่ต้องกังวลอะไร

-การเสื่อมไป  การตั้งอยู่  ก็ไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว  ไม่น่าแปลก  เปลี่ยนจากร่างเดิมไปร่างใหม่ที่ดีขึ้น

-สิ่งที่ดีที่สุดคือได้พบธรรมะได้พบความดี  ได้ทำความดี  พบครดี  ลดกิเลส  ลดความทรมาน

-ชีวิตต้องพลัดพราก  ไม่มีชีวิตใดที่จะไม่พรัดพราก  ต้องพรากจากกันทุกคน  แม้แต่ (ผม/ฉัน) สักวันก็ต้องพรากจากกันเช่นเดียวกัน

-ไม่มีอะไรเป็นสมบัติของใคร ทุกอย่างก็ต้องจากไป  ทุกอยางเกิดๆ ดับๆ อย่างนี้

*** คำพูดที่ควรพูดซ้ำๆ บ่อยๆ 
ให้พึงสังเกตว่าในระหว่างที่พูดผู้ป่วยมีสีหน้าอย่างไร  ถ้าผู้ป่วยมีอาการต้านหรือไม่สบายใจที่จะฟังต่อ  ก็ให้หยุดพูดก่อน***


 ต้องรู้ว่าคนส่วนใหญ่ติดยึดอะไร  เมื่อเรารู้เราก็คลายไปทีละปมๆ

-มีกรรมดีกรรมชั่วเท่านั้นที่เป็นสมบัติแท้
ที่จะติดตัวไปใช้ในภพชาติหน้า

***ให้ระลึกถึงสิ่งที่ดี  ทำใจให้ดีที่สุด  สงบที่สุด  ค่อยๆ ผ่อนไปเหมือนเทียน

-ตั้งสติให้ดี  ทำใจให้สงบ

***ถ้ามันตั้งอยู่ก็ให้มันตั้งอยู่  ถ้ามันเสื่อมไป
ก็ให้มันเสิ่อมไป  มันเป็นความจริงของชีวิต  ไม่ต้องห่วงอะไร  ไม่ต้องกังวลอะไร

***อย่าเร่งว่ามันต้องเสื่อมไป อย่าฝืนว่ามันต้อง
ตั้งอยู่  ปล่อยให้มันเป็นอย่างที่มันเป็น

-ไม่ต้องห่วงญาติพี่น้อง  ลูกหลานก็โตแล้ว  ดูแลตัวเองได้แล้ว

-(ผู้ป่วย)  ได้ทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุดแล้ว  ภารกิจของ  (ผู้ป่วย) ได้ทำเต็มที่แล้ว ได้ช่วยเหลือสังคมอย่างเต็มที่แล้ว 

-ไม่ต้องห่วงบ้าน  การงาน  ลูกหลานก็จะช่วยดูแลกิจการต่อเนื่องไป

-ตั้งจิตอยู่ในความดี  ตั้งในความสงบ  จิตใจที่ดีงามจะพาเราไปสู่จิตที่ดีงามจิตที่ผาสุก

***จะฟื้นก็ฟื้นดีที่สุด  จะเสื่อมก็เสื่อมดีที่สุด

-วางร่างวางขันธ์ก็ไปเกิดใหม่  ไปทำความดีใหม่  ทำความดีต่อไป ถ้าอยู่ก็ทำหน้าที่ต่อไป

-มีแต่ความดีเท่านั้นที่เป็นที่พึ่งแท้จองชีวิต

 ***ปล่อยวางอย่างที่มันเป็น  จะตั้งอยู่ก็ให้ตั้งอยู่  จะเสื่อมไปก็ให้เสื่อมไป

###ขออโหสิกรรม  ให้บุคคลที่ผู้ป้วยมีเรื่องคาใจกับผู้ป่วย มาขอ
อโหสิกรรมกับผู้ป่วย รวมทั้งญาติพี่น้องลูกหลาน

-เมื่อผู้ป่วยวางขันธ์  ให้ดูนาฬิกาเพื่อบันทึกเวลาด้วย
-หากผู้ป่วยวางขันธ์แล้ว  ให้จัดท่าทางศพให้อยู่ในสภาพที่ดีที่สุด  หากตาค้างก็ให้ปิดเปลือกตาด้วย
-โดยปกติจะรอราว 2 ชั่วโมง  ก่อนที่จะนำดำเนินการอื่นๆ ต่อไป

*** คำพูดที่ควรพูดซ้ำๆ บ่อยๆ 
ให้พึงสังเกตว่าในระหว่างที่พูดผู้ป่วยมีสีหน้าอย่างไร  ถ้าผู้ป่วยมีอาการต้านหรือไม่สบายใจที่จะฟังต่อ  ก็ให้หยุดพูดก่อน***


 5. ประคองสติญาติ
-ไม่มีชีวิตไหนที่ไม่ผ่านสถานการณ์นี้  เราต้องผ่าน
บททดสอบนี้ให้ได้
-ผม/ดิฉัน  ขอให้กำลังใจนะครับ/คะ  ขอให้สู้ต่อไป
-คุณได้ทำหน้าที่ของคุณอย่างดีที่สุดแล้ว ( ในฐานะพ่อ  แม่ ลูก พี่  น้อง  ฯลฯ)
-ผู้ป่วยได้พ้นจากความทรมานแล้ว  ถ้าเขายังมีชีวิตอยู่แต่เขาทรมานมาก คุณจะมีความสุขหรือ  ตอนนี้เขาพ้นจากความทุกข์ทรมานแล้ว  เราน่าจะดีใจนะ  เขาได้พ้นทุกข์ทรมานแล้ว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น